บูรพาทิศเจิดจรัส ร่วมลิขิตเส้นทางใหม่
โพสต์เมื่อ : 2 เม.ย 2568 เวลา 6:28 น.
“บูรพาทิศเจิดจรัส ร่วมลิขิตเส้นทางใหม่”—มองโอกาสใหม่ของการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน - ไทยจากการประชุมสองสภาของจีน 《东方启航 共赴新程——从中国两会 看中泰命运共同体建设的新机遇》
บทความโดย ฯพณฯ หลิว หงเหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น
“กระแสฤดูใบไม้ผลิที่พลุ่งพล่าน ร่วมกันฉลองมหกรรมอันยิ่งใหญ่” เมื่อไม่นานมานี้ การประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติของจีนชุดที่ 14 ครั้งที่ 3 และการประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติของจีนชุดที่ 14 ครั้งที่ 3 ได้ปิดฉากลงอย่างราบรื่นที่กรุงปักกิ่ง ตัวแทนและสมาชิกสภาจากทั่วประเทศหลายพันคนได้มารวมตัวกันเพื่อระดมความคิดเห็นและความร่วมมือในประเด็นสำคัญ เช่น เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน การทูต เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาของจีนในยุคใหม่ พร้อมกับนำโอกาสและความคาดหวังใหม่มาสู่ทั่วโลก
“ก้าวไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น พัฒนาต่อไปอย่างมั่นคง การพัฒนาที่มีคุณภาพของจีน มอบผลประโยชน์แก่ทั่วโลก” ในปี 2024 จีนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและรุนแรง พร้อมแรงกดดันจากภายนอกและความยากลำบากภายในที่เพิ่มมากขึ้น แต่จีนสามารถรับมืออย่างสุขุมและดำเนินมาตรการที่ครอบคลุม ทำให้แนวโน้มทางเศรษฐกิจยังคงมีเสถียรภาพและก้าวหน้าอย่างมั่นคง การก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง เป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้บรรลุผลสำเร็จ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในปี 2024 แตะที่ 134.9 ล้านล้านหยวน เติบโต 5% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในบรรดาเศรษฐกิจหลักของโลก จีนยังคงเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก ความทันสมัยในแบบฉบับของจีนกำลังเดินหน้าอย่างมั่นคง ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทวีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้น สภาพแวดล้อมภายนอกเต็มไปด้วยความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง การผงาดขึ้นของลัทธิเอกภาคีนิยมและการปกป้องทางการค้า ตลอดจนปัจจัยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่มาก ท่ามกลางสถานการณ์นี้ ความมั่นคงและความก้าวหน้าของจีนถือเป็นโอกาสและผลประโยชน์สำหรับโลก ในปีนี้ รายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลจีนได้กำหนดเป้าหมายการเติบโต ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไว้ที่ประมาณ 5% อีกครั้ง พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงการกระตุ้นการบริโภค เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน และขยายการเปิดกว้างในระดับสูง สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นสัญญาณเชิงบวกของการพัฒนาคุณภาพสูงของจีนที่ส่งไปยังทั่วโลก พร้อมทั้งถ่ายทอดความหวังและความเชื่อมั่นในแนวทางแห่งความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
“นวัตกรรมพลิกโฉม ก้าวกระโดดทั่วทุกมิติ การผลิตอัจฉริยะ ของจีนจุดประกายห่วงโซ่นวัตกรรมทั่วโลก” ในปี 2024 จีนใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ฝ่าฟันข้อจำกัดทางเทคโนโลยี โดยสามารถบรรลุความก้าวหน้าสำคัญในด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัม พลังงานใหม่ และปัญญาประดิษฐ์ ส่งผลให้ความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงศักยภาพโดยรวมของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งพัฒนาระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ด้วยผลิตภาพเชิงคุณภาพรูปแบบใหม่ อุตสาหกรรมของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว ยอดการผลิตต่อปีของยานยนต์ไฟฟ้าจีนทะลุ 13 ล้านคัน ภารกิจอวกาศ “ฉางเอ๋อ 6” ประสบความสำเร็จในการเก็บตัวอย่างจากด้านมืดของดวงจันทร์เป็นครั้งแรกของมนุษยชาติ เรือสำรวจและขุดเจาะน้ำลึก “ม่งเสี่ยง” ได้เปิดตัวและพร้อมใช้งาน เกม 3A สัญชาติจีนเรื่องแรก “Black Myth: Wukong” ได้รับความนิยมไปทั่วโลก Deepseek ถือกำเนิดขึ้นอย่างโดดเด่นและยิ่งใหญ่ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์พัฒนาอย่างก้าวกระโดดและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ภาพยนตร์แอนิเมชัน “นาจา 2” สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมจีน ยานยนต์ไฟฟ้าของจีนกำลังมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด เมื่อมองไปข้างหน้า การปฏิวัติเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมรอบใหม่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จีนก้าวไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่งแน่วแน่และไม่อาจหยุดยั้งได้ พลังการผลิตเชิงคุณภาพใหม่ของจีนมุ่งสู่อนาคตร่วมกับการพัฒนาของมนุษยชาติ โดยจะยังคงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุตสาหกรรม - อุปทานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความหลากหลายมากขึ้น ตอกย้ำคุณค่าของความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทั่วโลกสามารถได้รับประโยชน์ ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประเทศกำลังพัฒนา สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอแนวทางของจีนในการ
ช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากภาวะซบเซา และสร้างฉากทัศน์ใหม่ของการพัฒนาอารยธรรมมนุษย์
“ความร่วมมือและการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว แสวงหาประโยชน์ร่วมกันทั่วโลก การทูตจีนยุคใหม่ร่วมสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติด้วยภูมิปัญญาตะวันออก” ในปี 2024 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้วางยุทธศาสตร์และลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ส่งผลให้การทูตระดับผู้นำประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ตั้งแต่การประชุมครบรอบ 70 ปีของหลักการสันติภาพห้าประการ และการประชุมสุดยอดฟอรั่มความร่วมมือจีน - แอฟริกา ณ กรุงปักกิ่ง ไปจนถึงฟอรั่มความร่วมมือจีน - อาหรับ การทูตระดับสูงทั้งสามเวทีนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศในซีกโลกใต้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน การเยือนสำคัญ 4 ครั้งของจีนไปยัง ยุโรป เอเชียกลาง กลุ่ม BRICS และลาตินอเมริกา ช่วยส่งเสริมความร่วมมือระดับโลก มีประเทศที่เข้าร่วมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างมนุษยชาติเพิ่มมากขึ้น และมีกว่าร้อยประเทศสนับสนุน “3 ข้อริเริ่มระดับโลก” ของจีน และกว่าสามในสี่ของประเทศทั่วโลกได้เข้าร่วมข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) จีนส่งเสริมการแก้ไขวิกฤตยูเครนด้วยวิธีการทางการเมือง ส่งเสริมให้กลุ่มต่าง ๆ ในปาเลสไตน์จัดการเจรจาสันติภาพและลงนาม “ปฏิญญาปักกิ่ง” ไกล่เกลี่ยสันติภาพในภาคเหนือของเมียนมา และสนับสนุนกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแห่งสันติภาพและปรองดองของอัฟกานิสถาน เพื่อเสนอรูปแบบใหม่ของธรรมาภิบาลโลกที่ก้าวข้ามแนวคิดเกมผลรวมศูนย์ (zero - sum game) ซึ่งได้รับการคาดหวังและชื่นชมจากนานาประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ บนเส้นทางใหม่ของการพัฒนา จีนยังคงยึดมั่นในหลักการทางการทูต จะเดินหน้าร่วมมือกับทุกประเทศในการรักษาความถูกต้องเป็นธรรมของโลก จับทิศทางของยุคสมัย ปกป้องความยุติธรรมระหว่างประเทศ และรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของโลกด้วยความแน่วแน่
“ร่วมใจสร้างฝัน เคียงข้างเกื้อกูล ร่วมกันเขียนบทใหม่ของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน - ไทย” ในปี 2024 ภายใต้การนำอย่างมียุทธศาสตร์ของผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศ ความเชื่อมั่นทางการเมืองระหว่างจีน - ไทยแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีพลังขับเคลื่อนความร่วมมือเพิ่มมากขึ้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้มีปฏิสัมพันธ์อย่างอบอุ่นกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พบปะกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยเพื่อวาดพิมพ์เขียวสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน - ไทย การค้าและความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระหว่างสองประเทศเติบโตอย่างมั่นคง ความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยง การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และอุตสาหกรรมการบินยังคงยกระดับขึ้นต่อเนื่อง นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน อีกทั้งการเข้าสู่ยุค “ปลอดวีซ่า” ได้จุดกระแสการเดินทางระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ สร้างพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ให้กับการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน - ไทย ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน - ไทย หรือเป็น “ปีทองแห่งมิตรภาพจีน - ไทย” โดยมีการอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุจากประเทศจีนมาประดิษฐาน ให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้สักการะเป็นเวลา 73 วัน ซึ่งมีประชาชนไทยกว่า 3 ล้านคนเดินทางมากราบไหว้สักการะ นอกจากนี้ กองทัพอากาศของจีน ยังได้เดินทางมาร่วมงานการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน - ไทย และ 88 ปีการสถาปนากองทัพอากาศไทย พร้อมจัดแสดงการบินพิเศษ อีกทั้งตลอดปีนี้ ทั้งสองประเทศยังเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีอีกมากมาย เพื่อสืบสานและส่งต่อมิตรภาพจีน-ไทยจากรุ่นสู่รุ่น
“มีปณิธานร่วมกัน ชัยชนะอยู่ไม่ไกล ร่วมใจฟันฝ่าอุปสรรค ความเจริญรุ่งเรืองรออยู่ข้างหน้า” ความสัมพันธ์และมิตรภาพจีน - ไทยสืบต่อกันมากว่าพันปี ทั้งสองประเทศเป็น “เพื่อนบ้านที่ดี ญาติสนิทที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี” ซึ่งให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เข้าใจซึ่งกันและกัน และมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน จีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับไทยเป็นลำดับต้น ๆ ในด้านการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เพื่อปฏิบัติตามแนวยุทธศาสตร์ที่ผู้นำทั้งสองประเทศวางเอาไว้ เสริมสร้างความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์ กระชับความร่วมมือเชิงรูปธรรมในทุกระดับ ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ตลอดจนผลักดันโครงการเชื่อมโยงจีน - ลาว - ไทยเข้าด้วยกันให้บรรลุผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทยพัฒนาไปอย่างลึกซึ้งและมั่นคง พร้อมใช้ความมั่นคงและความแน่นอนของความสัมพันธ์จีน - ไทยในการรับมือกับความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศ และส่งเสริมความเจริญก้าวหน้า
ที่มา : http://khonkaen.china-consulate.gov.cn/zlgdt/202503/t20250318_11577883.htm?fbclid=IwY2xjawJZt8JleHRuA2FlbQIxMAABHYvfbRUAJgZVeeSHTqitTN76XnRxx4TdYBTxG1sPGlHtPbQ-4J05mfV1Cw_aem_drpP2UJCkmkYDMPDCsgEug